“Curiosity and Courage”

𝗣𝗚𝗩𝗜𝗦 𝟮𝟬𝟮𝟲 — 𝗗𝗮𝗶𝗹𝘆 𝗛𝗶𝗴𝗵𝗹𝗶𝗴𝗵𝘁𝘀

18–22 สิงหาคม 2569

www.pgvis.com

ปีนี้ เราอยากชวนทุกคนมาเดินทางร่วมกันจาก ความอยากรู้ ไปสู่ความกล้าที่จะข้ามเส้น การยอมเสี่ยงเพื่อเดินไปบนเส้นทางใหม่ๆ ไปจนถึงการถามว่าอนาคตของดนตรีจะเป็นอะไรได้อีกบ้าง

มาดู Highlight ของแต่ละวันกันค่ะ

𝗪𝗘𝗗 𝟭𝟵 𝗔𝗨𝗚 — 𝗧𝗵𝗲 𝗖𝗼𝘂𝗿𝗮𝗴𝗲 𝘁𝗼 𝗚𝗼 𝗕𝗲𝘆𝗼𝗻𝗱

ถ้าเราอยากรู้อะไรบางอย่างมากพอ เรากล้าตามมันออกไปไกลแค่ไหน?

วันแรกของ PGVIS เริ่มกับ Sean Gregory จาก Guildhall School of Music & Drama ที่ชวนคิดว่า ensemble ไม่ใช่เพียงกลุ่มคนที่เล่นดนตรีร่วมกัน แต่เป็นพื้นที่ที่การฟัง การพบกัน เปิดโอกาสให้สิ่งใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้หากเราไม่พยายามกำหนดคำตอบไว้ล่วงหน้าทั้งหมด

ต่อด้วย Nathan Riki Thomson จาก Sibelius Academy กับแนวคิด Global Artistic Citizenship ที่ขยับบทบาทของนักดนตรีออกไปไกลกว่าเวที สู่การทำงานกับผู้คน วัฒนธรรม ชุมชน และโลกที่กำลังเปลี่ยน

ส่วน Jeroen Malaise จาก Royal Conservatoire Antwerp จะพาเราย้อนกลับไปหา The Art of Preluding — การ improvisation ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักดนตรีคลาสสิก แต่วันนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่เราต้องกลับไปค้นพบกันใหม่

เมื่อเข้าสู่ performance ความคิดเรื่องการข้ามพรมแดนก็ปรากฏในอีกหลายรูปแบบ

Usa Napawan x Lalita Bay Jantaro พาเสียงเปียโนและ Spanish dance มาเจอกันใน Alma Y Pasión ขณะที่ Saksri Vongtaradon นำเรื่องราวของหนุมานและสุพรรณมัจฉาจาก Ramakien มาวางใหม่ผ่าน dance, film, live electronics, motion tracking และ real-time video

ช่วงเย็น ความร่วมมือระหว่าง Seathencity, Seoul National University (SNU) และ PGVIM เปิดพื้นที่ให้ภาษาเสียง วัฒนธรรม improvisation และการมีส่วนร่วมของผู้ชมค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากัน

ก่อนปิดวันด้วย NISATIWA โดย TONTRAKUL และ NARISARA x PGVIM Ensemble และ RUNG ARUNN — “รุ่งอรุณ” ในช่วงเวลาระหว่างสิ่งที่เรารู้จักแล้ว กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

วันที่ 19 จึงอาจไม่ได้ถามเพียงว่า “เราอยากรู้อะไร?” แต่อาจถามต่อว่า “ถ้าอยากรู้จริง เรากล้าข้ามเส้นเดิมๆ ไปไกลแค่ไหน?”

𝗧𝗛𝗨 𝟮𝟬 𝗔𝗨𝗚 — 𝗧𝗮𝗸𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗲 𝗥𝗶𝘀𝗸

ถ้าวันแรกพูดถึงการก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย วันที่สองก็พาเราไปเจอกับคำถามที่ยากขึ้นอีกนิดว่า

แล้วเรายอมเสียการควบคุมได้แค่ไหน?

Lies Colman จาก Royal Conservatoire The Hague เริ่มต้นด้วยหัวข้อชื่อชวนคิดตั้งแต่แรก

The Risk of Playing It Safe

ในโลกดนตรีที่เราถูกฝึกให้เตรียมตัว ควบคุม และลดความผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด Lies ชวนกลับมามองว่า uncertainty, vulnerability และสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ อาจไม่ได้เป็นศัตรูของ performance เสมอไป

จากนั้น Jean Geoffroy จาก CNSMD Lyon ขยายคำถามไปสู่เรื่อง collective creation — ถ้างานศิลปะวันนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันข้าม discipline มากขึ้นเรื่อยๆ สถาบันของเราเปิดพื้นที่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงแค่ไหน

ตอนเย็น เราย้ายกันไป Marshall Livehouse กับ Curiosity in Resonance

หัวใจสำคัญของค่ำคืนนี้คือ David Tudor’s Rainforest ซึ่งทดลองพาเสียงจากวัตถุจริง ผ่าน transducers และคุณสมบัติการสั่นสะเทือนของวัสดุแต่ละชิ้น และมาจัดวางให้ผู้ชมได้เสพทั้งตาและหูไปพร้อมกัน โปรเจกต์นี้นำศิลปินจาก Hochschule der Künste Bern, Musikhochschule Lübeck และ PGVIM มาทำงานร่วมกัน โดยมี Peter Veale, Teresa Carrasco และ Nicola Hein เป็นกำลังสำคัญของการสร้างงานจัดวางในครั้งนี้

นอกจาก Rainforest แล้ว ยังมีผลงานอีกหลายชิ้นที่พาเราไปฟังทั้ง acoustic resonance, percussion, oboe, electronics และความสัมพันธ์ระหว่าง performer, object และ technology แสดงโดย Studio Musikfabrik

คำถามเรื่อง “risk” ในช่วงกลางวันจึงไม่ได้ถูกนำมาอธิบายงานตอนเย็นตรงๆ แต่เมื่อวางไว้ข้างกัน เราอาจเริ่มได้ยินคำถามคล้ายกันว่า

ถ้าเราไม่กำหนดทุกอย่างไว้ก่อน แล้วเปิดพื้นที่ให้ material, space, technology และผู้คนอื่นเข้ามามีส่วนในผลลัพธ์ งานสร้างสรรค์ดนตรีของเราจะเกิดอะไรขึ้น (ได้อีก) ?

𝗙𝗥𝗜 𝟮𝟭 𝗔𝗨𝗚 — 𝗧𝗵𝗲 𝗔𝗿𝘁𝗶𝘀𝘁 𝗮𝘀 𝗖𝗶𝘁𝗶𝘇𝗲𝗻

วันที่ 21 คำถามค่อยๆ ขยับจาก

“ฉันจะเป็นศิลปินแบบไหน?” ไปสู่ “แล้วศิลปินคนหนึ่งจะอยู่ร่วมกับคนอื่นและโลกอย่างไร?”

เริ่มกับ Bernard Lanskey จาก Queensland Conservatorium Griffith University ที่มองกลับเข้าไปในระบบ conservatoire ผ่านเส้นทางของผู้หญิงที่ต้องค้นหา artistic identity และวิธีเดินของตัวเอง ท่ามกลาง curriculum, expectations และโครงสร้างที่อาจไม่ได้รองรับทุกคนในแบบเดียวกัน

Vichaya Mukdamanee จาก Silpakorn University ชวนคิดต่อถึงศิลปินในฐานะ Global Citizen — เมื่อ artistic practice ไม่ได้จบอยู่ที่การสร้างผลงาน แต่สามารถเข้าไปอยู่ใน collaboration, community และกระบวนการทางสังคมได้ด้วย

ส่วน Keld Hosbond จาก Royal Academy of Music Aarhus/Aalborg พาไปสู่เรื่อง Value-based Education และ Artistic Citizenship ว่า ถ้าเรากำลังเตรียมนักดนตรีให้เข้าไปอยู่ในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราควรให้คุณค่าอะไรเป็นแก่นของการศึกษาดนตรีของเราในวันนี้

ต่อด้วย Anant Narkkong จาก Silpakorn University ที่จะชวนขยับบทบาทของ ethnomusicologist จากคนที่ศึกษาและบันทึก musical cultures ไปสู่คนที่ช่วย ออกแบบเงื่อนไขให้ musical encounters ใหม่ๆ เกิดขึ้น ผ่านแนวคิด Curatorial Ethnomusicology — เมื่อการฟัง การพบกัน และการมีส่วนร่วม อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความรู้ได้ด้วย

เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น โปรแกรม Into Possibilities ก็เปิด “ทางอื่น” ให้เราเห็นอีกหลายแบบ

Jeroen Malaise กลับมาอีกครั้ง คราวนี้ผ่านผลงานจาก masterclass The Art of Preluding — จากเรื่องที่พูดถึงในวันแรก กลายเป็นสิ่งที่นักดนตรีได้ทดลองปฏิบัติจริง

อีกหนึ่งโปรเจกต์คือ Aural Breakthroughs through Folk Music ที่ PGVIM ทำร่วมกับ Yong Siew Toh Conservatory โดยมี Karst de Jong เป็นหนึ่งใน mentor สำคัญ

แทนที่จะเริ่มจาก score โปรเจกต์นี้กลับไปเรียนรู้จาก Thai folk music ผ่าน memory, listening และ oral transmission — และชวนเราถามกลับว่า ถ้าไม่เริ่มจาก notation เราจะเรียนดนตรีกันได้อย่างไรอีกบ้าง

แล้วคืนนี้ยังไม่จบค่ะ

โปรแกรมต่อด้วย For Those Who Dared: Experiments Across Generations

ปีนี้ György Kurtág อายุครบ 100 ปี

แทนที่จะฉลองด้วยการมองย้อนกลับไปเพียงอย่างเดียว โปรแกรมนำเพลงจาก Játékok และ Signs, Games and Messages มาวางเคียงกับผลงานของ composers และ performers รุ่นปัจจุบัน ที่มีทั้ง Seoul National University (SNU), Studio Musikfabrik, Musikhochschule Lübeck, HKB และ PGVIM มาร่วมกันตีความและจัดแสดง

จาก Kurtág ไปสู่งาน Solo percussion, audiovisual works, electronics, improvisational structures และ human–machine systems จากนักประพันธืต่างรุ่น

หนึ่งในผลงานสำคัญคือ Nicola Hein — Tertiary Protentions II กับ Electric guitar ทำงานแบบ real-time กับ musical agent system

คำว่า “experiment” ในคืนนี้จึงไม่ได้เป็นของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่อาจเป็นสิ่งที่ส่งต่อกันได้ ให้กลายเป็น tradition ที่พร้อมถูกตั้งคำถามและตีความใหม่อีกครั้งโดยคนรุ่นต่อไป

วันที่ 21 เลยอาจทิ้งคำถามไว้ว่า

เราได้รับอะไรจากคนที่มาก่อนเรา — และเรากล้าพาให้เสียงดนตรีเดินทางต่อไปหรือไม่

𝗦𝗔𝗧 𝟮𝟮 𝗔𝗨𝗚 — 𝗪𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗠𝗶𝗴𝗵𝘁 𝗠𝘂𝘀𝗶𝗰 𝗚𝗼 𝗡𝗲𝘅𝘁?

วันสุดท้ายเริ่มกันตรงๆ ด้วยเรื่อง AI

แต่คำถามไม่ได้มีแค่ว่า AI แต่งเพลงดีไหม หรือจะมาแทนนักดนตรีหรือเปล่า

Li Xiaobing จาก Central Conservatory of Music, Beijing จะเสนอแนวคิด Machinism และถามถึงเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นว่า ถ้า AI เข้าไปมีส่วนใน artistic creation มากขึ้นเรื่อยๆ โดยคำว่า creator, agency และแม้แต่คำว่า Conservatoire จะต้องเปลี่ยนตามหรือไม่

ต่อด้วย Nicola Hein จาก University of Music Lübeck กับ Cybernetic Listening และ Human–Machine Improvisation แทนที่จะถามว่าใครควบคุมใคร Nicola สนใจว่า agency อาจเกิดขึ้น “ระหว่าง” human และ machine ได้อย่างไร เมื่อทั้งสองฝ่ายฟัง ตอบสนอง และเปลี่ยนแปลงกันแบบ real-time

อีกมุมหนึ่งมาจาก Thanakrit Lerdmatayakul จาก Skoltech กับคำถาม ว่า Can a Machine Learn Thai Musical Grammar? แทนที่จะวาง AI ไว้ในฐานะ autonomous composer งานนี้ใช้ computational modelling เพื่อถามว่า machine สามารถเรียนรู้อะไรจาก corpus ของดนตรีไทยได้บ้าง — และตรงไหนที่มันยังเข้าใจไม่ถึง

ส่วน Lamtharn “Hanoi” Hantrakul จาก Mayura Labs จะชวนคุยต่อผ่านคำถาม AI Music — What Happens When We Get There?

จากคำถามว่า “เราจะไปถึง AI music ไหม” จึงกลายเป็นคำถามต่อว่า ถ้าไปถึงแล้ว เราจะทำอะไรกับมันต่อ?

ช่วงบ่าย AI & Immersive Arts Course Showcases จะพาคำถามเหล่านี้ออกจากเวทีสนทนา ไปสู่ interactive installations, live coding, visual systems และผลงานที่เปิดให้ audience เข้ามามีส่วนในกระบวนการ

วันนี้ Technology จึงไม่ได้อยู่แค่หลังฉาก แต่กลายเป็นทั้ง medium, collaborator และ environment

และหลังจากใช้เวลาช่วงเช้าคุยกันเรื่องอนาคต PGVIS ก็ไม่ได้จบด้วย AI เพียงอย่างเดียว แต่เปิดประตูออกไปกว้างกว่าเดิม ไปสู่ Concert Series จาก 9 กลุ่มศิลปิน

OPEN EARS, OPEN DOORS — MUSIC INDUSTRY NEXUS

วันสุดท้ายของ PGVIS เหมือนเป็นการ เปิดประตู และเปิดหูของ Conservatoire ออกไปสู่โลกดนตรีที่อยู่รอบตัวเรา

ช่วงเย็น เราจะได้เจอกับ PELA Folk, Rowena Calvert, Supergoods, GYPSHA, B35, SUN DER, INSPIRATIVE, Montonn Jira และ The Superglasses Ska Ensemble — ตั้งแต่ Thai folk, experimental classical, neo-funk, world music, contemporary jazz, contemporary Isan, post-rock, ambient ไปจนถึง ska เหมือนเป็นภาพสดๆ ของ musical ecosystem ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทยวันนี้

พร้อมกันนั้น L.U.N. — Live Unit Network ก็เปิดพื้นที่ให้นักศึกษารุ่นใหม่เข้าไปทำงานจริง ทั้ง artist relations, production, stage management, sound, communication และงานเบื้องหลังอีกมากมาย

ตรงนี้อาจเป็นภาพปิดที่เหมาะมากของปีนี้ เพราะหลังจากถามกันมาตลอดว่า

Conservatoire ในอนาคตควรเป็นอะไร

คำตอบอาจไม่ได้อยู่ในห้องประชุมทั้งหมด แต่อาจเริ่มจากการ เปิดประตู เปิดหู แล้วฟังว่าโลกข้างนอกกำลัง “ฟัง” อะไรกันอยู่บ้าง

การเดินทางทั้ง 4 วันของ PGVIS ปีนี้

19 สิงหาคม — เรากล้าข้ามไปไกลแค่ไหน?

20 สิงหาคม — เรายอมเสี่ยงอะไรได้บ้าง?

21 สิงหาคม — มีทางอื่นให้เราเดินอีกไหม?

22 สิงหาคม — แล้วดนตรีจะไปไหนต่อ?

ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ครบทุกข้อก็ได้ค่ะ

แค่มาแล้วกลับบ้านไปพร้อมคำถามใหม่สักหนึ่งคำถาม

เสียงใหม่สักหนึ่งเสียง

หรือได้เจอใครบางคนที่ทำให้สิ่งที่เคยคิดอยู่ขยับไปนิดหนึ่ง

ก็น่าจะสนุกแล้ว

มากล้าไปด้วยกัน กับ PGVIS 2026

PGVIS 2026 — Curiosity & Courage

18–22 สิงหาคม 2026

สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา กรุงเทพฯ

www.pgvis.com

#PGVIS2026#CuriosityAndCourage#PGVIM

19 สิงหาคม — เรากล้าข้ามไปไกลแค่ไหน? https://www.pgvis.com/sessions-2026-19

20 สิงหาคม — เรายอมเสี่ยงอะไรได้บ้าง? https://www.pgvis.com/sessions-2026-20

21 สิงหาคม — มีทางอื่นให้เราเดินอีกไหม? https://www.pgvis.com/sessions-2026-21

22 สิงหาคม — แล้วดนตรีจะไปไหนต่อ? https://www.pgvis.com/sessions-2026-22