ปีที่ผ่านมา สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พาผู้ชมออกจากห้องแสดง จากการฟังด้วยหู สู่การรับรู้ด้วยทั้งร่างกาย
ผู้ชมไม่ได้แค่ฟัง แต่ได้ชิม ได้สัมผัส และได้เคลื่อนที่ไปพร้อมเสียงดนตรี
บทเพลงคลาสสิกจึงไม่ใช่สิ่งที่อยู่บนเวที หากแต่อยู่รอบตัวและอยู่ในตัวเรา

ปีนี้ การทดลองนั้นก้าวต่อไปอีกขั้น
ไม่ใช่เพียงขยายประสาทสัมผัส แต่ขยายวงสนทนาไปสู่ศาสตร์อื่นและผู้คนหลากหลายขึ้น
Music Makes Senses 2026 เชิญนักออกแบบจากหลายสาขามาทำงานร่วมกับนักศึกษาจากสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา เพื่อออกแบบ “ประสบการณ์ดนตรี” แทนการออกแบบ “การแสดงดนตรี”

บทเพลงกลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้น แล้วแปรรูปเป็นวัตถุ พื้นผิว พื้นที่ รสชาติ และกลิ่น ให้การฟังเกิดขึ้นพร้อมกันทุกสัมผัส โดยไม่ต้องปิดหูหรือหลับตา

ความหลากหลายทั้งหมดนี้ถูกถักทอให้เป็นเส้นทางเดียวกัน
โดย สันติ ลอรัชวี ในบทบาท Co-curator ที่เข้ามาช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างดนตรีกับการออกแบบแขนงต่างๆ ให้พูดภาษาเดียวกัน

จากสิ่งที่จับต้องได้ สู่สิ่งที่ต้องจินตนาการ จากวัตถุ สู่พื้นที่ จากรสและกลิ่น สู่ความคิดภายใน

ผู้ชมจึงไม่ได้เดินชมงานเป็นจุดๆ แต่ค่อยๆ เดินผ่านประสบการณ์ที่ต่อเนื่องกัน จนดนตรีกลายเป็นแกนกลางที่เชื่อมผู้คน ความคิด และการรับรู้เข้าไว้ด้วยกัน

ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การออกแบบไม่ใช่เรื่องความงามเท่านั้น แต่คือการทดลองวิธีอยู่ร่วมกันแบบใหม่

ดนตรีจึงทำหน้าที่เป็นภาษากลาง ให้เราลองรับรู้ เชื่อมโยง และจินตนาการอนาคตร่วมกันสอดรับกับสัญญาณ DESIGN S/O/S ของ Bangkok Design Week 2026

รมย์รวินท์ พิพัฒน์นัดดา – Bangkok Vernacular
เมื่อการจัดวางกลายเป็นบทประพันธ์
ที่นี่ การฟังเริ่มจากการ “หยิบ”
สิ่งของธรรมดาตรงหน้า เมื่อถูกขยับเข้าใกล้หรือแยกห่าง
จะให้เสียงที่เปลี่ยนไปทันที

ไม่มีโน้ต ไม่มีวาทยกร
มีเพียงการลองวาง แล้วตั้งใจฟังสิ่งที่เกิดขึ้น
ดนตรีไม่ได้ถูกเล่นให้ฟัง
แต่ถูกประกอบขึ้น ณ ขณะนั้น
ด้วยมือของผู้ชมเอง

กนกนุช ศิลปวิศวกุล – Paper Sculpture
เสียงที่ซ่อนอยู่ในพื้นผิว
กระดาษบางแผ่นสั่นไหวเหมือนลมหายใจ
บางแผ่นนิ่งแน่นเหมือนผนังทึบ
ความหนา ความโปร่ง
จนถึงแรงลมและการเคลื่อนไหวของร่างกายผู้ชมและผู้แสดง
ล้วนเปลี่ยนแปลงเสียงที่เกิดขึ้น

ดนตรีไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ
แต่แทรกอยู่ในเนื้อวัสดุที่ปลายนิ้วสัมผัส
ยิ่งเดิน ยิ่งแตะ ยิ่งขยับ
เสียงยิ่งค่อยๆ เผยตัวออกมา

สุพิชชา โตวิวิชญ์ – we!park
เมื่อดนตรีมีที่ดัง!
ที่นี่ พื้นที่ไม่ใช่ฉากหลัง แต่เป็นเครื่องดนตรีขนาดใหญ่
ทางเดิน ระดับพื้น ความสูง ความกว้าง
เปลี่ยนวิธีที่เราได้ยินทุกครั้งที่ก้าวเท้า

ผู้ชมไม่ได้ยืนดูการแสดง
แต่เดินอยู่ “ใน” การแสดง
การเดินหนึ่งก้าว คือการเปลี่ยนท่อนเพลงหนึ่งท่อน

นิพัทธ์ชนก นาจพินิจ – เมี่ยงคำ | the musical amuse-bouche
หวาน เค็ม ขม เปรี้ยว เผ็ด และหอม
ถูกรวมอยู่ในคำเดียว
รสชาติที่ปกติจบลงบนลิ้น
ครั้งนี้แปรเป็นจังหวะและทำนอง
ผู้ชมล้อมวง ชิมพร้อมกัน
แล้วได้ยินเสียงที่เกิดจากรสนั้น
คำที่เคี้ยว กลายเป็นวลีดนตรี

Divana – Queen of the Night
บทเพลงผ่านลมหายใจ
กลิ่นไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงบรรยากาศ
แต่เป็นอีกภาษาหนึ่งของเรื่องเล่า
ผู้ชมไม่ได้แค่ฟังเรื่องราว
แต่เดินผ่านเรื่องราวนั้น
ด้วยลมหายใจของตนเอง

ชีวามิตร – เมื่อเหลือเพียงเสียงและความคิดของเรา
พื้นที่สุดท้ายไม่ชวนให้มอง ไม่ชวนให้ชิม ไม่ชวนให้สัมผัส
แต่ชวนให้หยุดและเขียนถึงตนเอง

เมื่อทุกสัมผัสค่อยๆ เงียบลง
เหลือเพียงเสียงและความคิดของเรา
การฟังจึงกลายเป็นการมองเห็นตัวเองอย่างชัดที่สุด

วันที่ 1, 7, 8 กุมภาพันธ์ 2569
เวลา 10:00 – 20:00 น.
ณ PGVIM และ ไปรสนียาคาร

รับเพียง 30 ท่าน/วันเท่านั้น!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน https://forms.gle/sxCAURNFKcEM7TPSA

ไม่มีค่าใช้จ่าย
สอบถามเพิ่มเติม pr_ca@pgvim.ac.th